onenov.blog

Blog Entryมะเร็งความรู้สึกNov 10, '07 2:23 AM
for everyone
แม้ไม่ได้เขียนซะนาน ต้องขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่า พิมพ์ผิดก็แนะกันได้...
เพราะผมไม่ได้เก่งภาษาไทยเท่าไร ภาษาอังกฤษยิ่งแล้วใหญ่ (เลียแรงเรียนมาตั้งเยอะ)

มะเร็งแห่งความรู้สึก เป็นโรคร้ายที่กำลังระบาดในหมู่ผู้คนในสังคมเมืองใหญ่
มันเป็นการตกตะกอนจากเล็กๆ จนเริ่มเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ใจความรู้สึกของคนเรา
โรคนี้มันไม่แสดงอาการ แต่ก็มีผู้คนไม่น้อยที่ต้องจบชีวิตลง เพราะทนกับมันไม่ได้

ผู้คนมากมาย ในเมืองต่างดิ้นรนดำเนิดชีวิต โดยลืมที่จะมองดูคนรอบข้างว่า เป็นโรคนี้กันบ้างไหม
มีไม่น้อยที่ใช่วิธีแก้โดย ทำงานเข้าไป ทำเข้าไป ให้มันวุ่นๆ วุ่นซะไม่ให้ว่าง เผื่อที่จะได้ไม่ตกอยู่ในโรคมะเร็งนี้
ซึ่งกว่าจะรู้ตัว มันก็เป็นโรคนี้จนเกินเยี่ยวยาซะแล้ว แค่มีความรู้ว่าทำไมต้องมานั่งกินกาแฟคนเดียว
เดินคนเดียว อยู่ห้องคนเดียว นั่งรถคนเดียว ทั้งๆที่คนก็เต็มร้าน เต็มถนน เต็มตึก เต็มรถจนเบียดเสียดยัดเยียดเป็นปลากระป๋อง...

ถ้ารู้แล้วรีบ ก็รีบแก้ซะ กลับไปหาคนที่รักเรา เต็มกำลังใจอยู่เสมอ และหันไปมอบรอยยิ้มให้กันบ้าง
สร้างมิตรภาพให้คนรอบข้างสักเพียงนิดหน่อย ด้วยน้ำใจและรอยยิ้ม... โลกใบนี้อาจจะไร้โรคมะเร็งแห่งความรู้สึกนี้ก็เป็นไปได้...

ความเหงานั้นมันก็เป็นโรคมะเร็งนะครับ

Blog Entryความคิดเด็กชายSep 26, '07 12:52 AM
for everyone
เด็กชายเทรุเดะ ยืนอยู่หน้าร้านขายตุ๊กตา เค้ามองผ่านกระจกบานใหณ่ที่กั้นเค้าระหว่างตุ๊กตาหมีตัวหนึ่ง
เค้ามักจะมายืนมองตุ๊กตาหมีที่หน้าร้านเป็นประจำทุกวันหลังเลิกเรียน...

เค้าเริ่มลงมือหาเงินมาซื้อจากการสะสมจากค่าขนม เศษเงินทอนที่มีคนวานให้ไปซื้อของให้...
ขายของสะสมให้กับเพื่อนๆ นักเรียน...

"จะทันไหมเนี่ย" เค้าบ่นเบาๆกับตัวเอง ขณะที่เค้ากำลังมองตุ๊กตาหมีตัวเดิม ณ ร้านเดิม

ขณะที่เค้าเดินกลับบ้าน ในใจก็คลุมคิดว่าจะหาเงินมาจากไหนได้อีก
ของสะสมก็ขายหมดแล้ว เงินค่าขนมก็ยังไม่ถึงเวลาได้... ในใจเค้าชั่งหว่าวุ่น

จนในที่สุดวันนั้นก็มา แต่เค้ายังหาเงินไม่พอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนั้นได้
เค้ายืนถือเงินก้อนที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง อยู่หน้าร้านอยู่พักใหญ่
ทันใดนั้นเค้าก็ผลักประตู เดินตรงไปหาเจ้าของร้านอย่างไม่รีรอ พร้อมยืนเงินที่มีอยู่
และกระชิบเบาๆ กับเจ้าของร้าน

เจ้าของร้านฟังแล้วมองหน้าเด็กชาย จากนั้นก็นิ่งไปสักพัก...
แล้วก็เดินไปหยิบตุ๊กตาหมีตัวนั้นให้ ด้วยสายตาที่เอื้ออาทร

เด็กชายพอได้ตุ๊กตาก็วิ่งปรี่ไปที่โรงพยาบาล...

"นี่ไงที่เธออยากได้...พี่เอามาให้เธอแล้วนะ
กอดมันซะซิ... กอดมันแล้วก็ต้องกลับออกมากอดมันอีกนะ สัญญานะ..."

...

...

...

ตุ๊กตาถูกตั้งอยู่กลับที่นิ่งๆ... โดยมีเด็กชายนั่งนิ่งอยู่ตรงหน้ามัน

Blog EntryฝันเลือนลางAug 30, '07 2:56 AM
for everyone
Host unlimited photos at slide.com for FREE!

บนทางเดินเจิดจ้า หันซ้าย หันขวา
เห็นเป็นภาพเลือนลาง ดูไม่ชัดเจน

เราอยู่ไหนกันนี่" ฉันพูดกับตัวเอง

กาลครั้งหนึ่ง มีเด็กชายคนหนึ่งเผิ่งได้รองเท้าแตะสีแดงคู่ใหม่ในวันเกิด... เค้าภูมิใจมาก
และด้วยความภูมิใจนี้เองที่ทำให้เค้าอกิดอาการ "เห่อ" ใส่เดินไปอวดเพื่อนๆ แทบจะทุกวัน

"เธอ สวยไหมรองเท้าฉันอ่ะ" ประโยคนี้กลายเป้นประโยคสุดฮิตติดมาปเค้าไปเลย

และแล้ววันหนึ่ง ขณะที่เค้ากำลังนั่งชื่นชมรองเท้านั้นอยู่ที่บนสะพานข้ามคลองชลประทานอยู่นั้น
เค้าสังเกตุเห็นอะไรบ้างอย่าง ช่วงเวลานั้นเองเค้ากระโดดลงไปในคลองชลประทาน เสียงน้ำที่ถูกน้ำหนัก
จากเค้ากดทับ ดังตูม... สภาพเค้าเปียกปอน เค้าค่อยๆ ตะเกียดตะกายขึ้นมาในแขนข้างขวาโอบกอดเจ้าลูกแมวเหมียวสภาพไม่ต่างกันกับคนช่วย... ขึ้นมาได้แต่เค้าก็รู้สึกว่า รองเท้าแตะข้างซ้ายนั้นหายไป เค้าพยายามหา ค้นดูตามก่อหญ้าริมคลองชลประทาน จนเย็นย้ำ ส่วนเจ้าลูกแมวเหมียวก็สั้นอยู่และส่งเสียงร้อง "เหมียวๆ..ๆ.." จนเค้าตัดใจกลับบ้าน

เค้าเดินตัวเปียกปอน ไปเผชิญหน้ากับแม่และพ่อ ซึ่งรอเค้าอยู่หน้าบ้านพร้อมกับไม้เรียวก้านมะยม

แต่เสียงเจ้าลูกแมวเหมียว "เหมียวๆ..ๆ.." ก็ร้องดังขึ้น

ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียง "เหมียวๆ..ๆ.." ดังมาจากบ้านหลังนั้นอยู่เป็นประจำ

"ร้องเท้าแตะข้างซ้ายมากินข้าวเร็ว" เสียงตะโกนร้องเรียก

"เหมียว..."


Blog EntryรถไฟJul 26, '07 1:52 AM
for everyone

สายฝนที่พร่ำตกลงมาจากฟากฟ้า กลิ่นดินที่โชยลอยขึ้นมา
มันชั่งเป็นบรรยากาศที่น่าพิศมัยเนี่ยยิ่งกะไร

ฉันนั่งจิบกาแฟ สายตามองเหม่อออกไปยังทุ่งนาสีเขียวขจี
พรางทำให้ฉันนึกถึงวัยเยาว์ที่แสนซน ตามประสาเด็กบ้านนอกยานชานเมือง
รถไฟที่วิ่งผ่านทุ่งนา เป็นสิ่งที่พวกเด็กอย่างฉันตื่นเต้น เพราะนานๆมันจะวิ่งผ่านมาสักที
ฉันเลยชอบที่จะหยุดมอง มองจนมันลับสายตาไป เหมือนกับว่า มันได้จากเราไปแล้วโดยไม่มีทางกลับมา

ก็เหมือนกับความทรงจำต่างๆที่ผ่านมา มันไม่สามารถที่จะกลับไปแก้สิ่งใดได้เลย...

แต่กระนั้นเราก็เลือกที่จะเก็บความทรงจำต่างๆ เหล่านั้นได้ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป...ตามความชอบของแต่ล่ะคน

ผมไม่เคยรู้เลยว่ารถไฟขบวนเดิมมันจะวิ่งผ่านกลับมาในตอนกลางคืน จนเมื่อผมโตมาเนี่ย...
(หลงโง่ซะตั้งนาน)

 


เศษตันหญ้าที่ลอยผ่านไป โดยแรงลมโชยเอื่อย
ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีรอบๆ ตัวฉัน ที่กว้างพอจะตัดท้องทุ่งสีเขียวออกจะท้องฟ้าสีคราม

เบื้องหน้าของผมนั้นมีร่างหญิงสาวคนหนึ่งยืนบดบังแสงอาทิตย์ยามเย็น เห็นเพียงเป็นเงามืดๆ
ผมไม่อาจทราบได้เลยว่า ใบหน้าของเธอกำลังแสดงถึงอารมณ์ไหนอยู่ แต่มันก็เป็นภาพที่สวยงาม
ดังงานศิลปะของศิลปินที่มีชื่อ หากเพียงคุณมองแล้วประทับใจ คุณก็ไม่อาจที่จะลืมความรู้สึกนั้นได้เลย

และถ้าหากคุณได้สัมผัส คุณจะได้รู้ซึ้งถึงสิ่งมหัศจรรย์ เหมือนเช่นที่ผมกำลังประสบอยู่
เงามืดของหญิงสาว ค่อยๆ เข้ามาใกล้ และความใกล้ก็มาพร้อมกับความชัดเจน
จนในที่สุด ใบหน้าของเธอก็อยู่ห่างจากดวงตาของผมเพียงไม่กี่เซนติเมตร

แล้วรอยยิ้มเล็กๆ ของเธอก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับคำพูดที่ว่า
"หากวันนั้นเธอไม่แสดงออกถึงสิ่งที่อยู่ในใจเธอ วันนี้คนที่อยู่ตรงหน้าฉันอาจไม่ใช่เธอ"

"ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน ฉันจะรักเธอเสมอสุดที่รัก"

แด่ เด็กน้อยชั่งฝัน ...


Blog EntryIllus_storyJul 6, '07 12:18 AM
for everyone
เรื่องราวที่พัฒนามาจากภาพประกอบที่ลงมือวาดเองอาจจะไม่ได้ดีเด่อะไร แต่ก็มีความสุขที่ได้ทำ
และจากภาพแปรเปลี่ยนมาเป็นหนังสั้น โดยอาศัย slide เข้าช่วย เทคนิคหนังสั้น 8 มิล. เลยได้ออกมา
ในอีกอารมณ์หนึ่ง เรื่องราวที่เกี่ยวกับวันเวลาและการรอคอย แต่ในเมื่อการรอก็มีขีดจำกัดอยู่ เหตุเลยเกิดอย่างที่ได้เห็น เป็นเรื่องราวที่สะท้อนความคิดที่มีต่อคำว่า "รอ"

Blog Entryเกาะร้างJul 3, '07 10:18 PM
for everyone

จากเหตุการณ์เรืออับปางกลางทะเล ผมเป็นคนหนึ่งที่รอดชีวิต ผมลอยคอขึ้นฝั่งมาได้
นับเป็นโชคดีที่รอดมาได้ แต่ก็ยังไม่โชคดีมากนักเพราะเกาะที่ผมนั้นขึ้นฝั่งมา
"มันเป็นเกาะร้าง...คร้าบบบบบบ"

ผมดีใจมากที่รอดชีวิตมาได้ และด้วยความใคร่รู้ ใคร่สงสัย ผมออกสำรวจเกาะร้างแห่งนี้
จนเรียกได้ว่า รู้ทุกซอกทุกมุมของเกาะร้างนี้เป็นอย่างดี ผมมีความสุขกับชีวิตในเกาะร้าง
จนลืมชีวิตที่เลยใช่มาในสังคมที่มีผู้คนมากมาย ผมอยู่จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี
จากหนึ่งปี เป็น สองปี จนผมเลิกที่จะนับวันเวลาเหล่านั้น

แล้ววันหนึ่งก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมนั้นหวนกลับไปคิดถึง อีกชีวิตที่เคยใช่ในอดีต
ผมพบรูปถ่ายของผมกลับครอบครัว กับเพื่อน กับคนที่เคยรัก จากนั้นความเหงาก็ถาถ่ม
เข้ามาดั่งคลื่นทะเลในยามเกิดพายุ ผมตั้งหน้าตั้งตารอคอยเรือที่ผ่านมา ผมพยายามทำ
สัญลักษณ์ต่างๆ นานา เพื่อให้เป็นที่สังเกตุว่ามีคนอยู่ในเกาะนี้ ผมเคยต่อแพ แล้วล่องออกไป
แต่มันก็แตกซะก่อนจะพ้นเกาะซะอีก

แต่แล้วผมก็ปลง คิดเสียว่าถ้ามันถึงเวลา เรือมันคงโผล่มาพบเราเอง หรือตอนนี้โชคชตากำลัง
ให้เราค้นหาตัวเอง ลงโทษตัวผม แต่มันจะเป็นอะไรก็ชั่งผมก็ยังคงมีชีวิตอยู่ได้

เรื่องเกาะร้างนี้มันก็เหมือน ชีวิตรักของเรานั้นเอง เกาะร้างก็เปรียบเหมือนความรู้สึกที่อ้างว้างของ
จิตใจของเรา เรือก็เปรียบเหมือนคนที่เรารอเพื่อที่จะรักและพาเราออกไปจากเกาะร้างแห่งนี้นั้นเอง

แด่ เด็กชั่งฝัน...


Blog EntryHistory about me.Jul 2, '07 2:18 AM
for everyone

Blog Entrywonderful tonightJun 28, '07 12:30 AM
for everyone

เสียงเพลงแผ่วเบาที่คล้อยตามสายลมมาเสมือนเสียงกระซิบของธรรมชาติ Wonderful tonight  บทเพลงนี้ที่คุ้นหู มันเป็นเพลงของนักกีตาร์ชื่อก้องโลก Eric Clapton เนินนานเสียจริงๆ ที่ไม่ได้ยินบทเพลงนี้ ผมหยุดยืนแล้วหลับตาลงสักครู่เพื่อระลึกความทรงจำเกี่ยวกับบทเพลงนี้ มันมีบรรยากาศที่หนาวเย็นในฤดูหนาวปลายเดือนธันวาคม แบบวันนี้ ไม่นานนัก ผมก็ลืมตา มันเป็นวันที่ผมขอผู้หญิงคนหนึ่งแต่งงาน จากนั้นผมเดินตามเสียงเพลงนั้นไป เหมือนร่างกายถูกสะกดด้วยมนต์เสน่ห์ของบทเพลง เลียงเพลงนั้นดังมาจากในร้านกาแฟเล็กๆ ผมยังจำใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาด้วยความดีใจ ในถ้อยคำที่ผมบอกเธอ รอยยิ้มของเธอ ริมฝีปากสีชมพูอ่อน แล้วรอยจุมพิตยังคงตราตรึงในห้วงแห่งความทรงจำของผม

ผมเดินผ่านร้านกาแฟนั้นไป โดยยังมีเสียงของบทเพลง  Wonderful tonight ลอยตามมาอยู่ ผมตรงไปที่ร้านดอกไม้ สั่งดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ ผมรู้ว่าเธอชอบ เธอเคยบอกว่ากุหลาบขาวเปรียบเสมือนความรักที่บริสุทธิ์ ซึ่งนั้นก็คือความรักที่ฉันให้คุณเสมอ และมันไม่มีเหตุผลใดที่ผมจะไม่เอาไปให้เธอ ในวันนี้  

จากบทเพลงที่ได้ยินทำให้ผมมีความคิดที่จะทำให้วันแห่งความทรงดีๆ วันนั้นกลับมา เพื่อให้เธอรู้ไว้ว่า ผมยังคงรักเธอเสมอ ผมไม่รีรอที่จะมุ่งหน้าเดินตรงไปยังร้านขายกีตาร์ ผมหยุดอยู่ที่หน้าร้านเพราะ สะดุดตากีตาร์สีขาวตัวหนึ่ง ผมคิดว่าตัวนี้ล่ะ เพราะนั้นจะแทนเสียงของความรักที่บริสุทธิ์ของผมที่มีต่อเธอ ผมจะเล่นให้เธอฟัง เพื่อบอกเธอว่าผมรักเธอ

ผมหยุดลงตรงหน้าเธอแล้วบรรจงว่างช่อดอกกุหลาบสีขาวที่เธอชอบ

คุณชอบไหมที่รัก ผมเอามาให้คุณเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้ผมมีพิเศษกว่านั้น ผมมีบทเพลงที่เราคุ้นเคยกันดีมาเล่นให้คุณฟังด้วย ผมหวังว่าคุณก็คงยังไม่ลืมเช่นกัน จากนั้นก็เริ่มบรรเลง

It's late in the evening
She's wondering what clothes to wear
She puts on her make-up and brushes her long brown hair
And then she asks me do I look alright
And I say yes, you look wonderful tonight

We go to a party(We go out)
And everyone turns to see
This beautiful lady (beautiful lady) who's walking around with me
And then she asks me do I feel alright
And I say yes, I feel wonderful tonight

I feel wonderful because I see the love that's right in your eyes
And the wonder of it all is that you just don't realise how much I love you

It's time to go home now' yes it is
And I've got an aching head
So I gave her the car keys
And she helped me in to bed
And then I tell her as I turn down the lights
I say darling you were wonderful tonight

You look wonderful, you're everything I need and more
You look wonderful, so beautiful tonight
You look wonderful, you never leave me wanting more
You look wonderful, so beautiful tonight  

น้ำตาลแห่งความสุขของผม หลั่งไหลจากความดีใจที่ได้ทำเพื่อคุณ ที่รักของผม

แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ส่องผ่านสองเราเป็นเงายาว อากาศที่หนาวเย็นนั้นไม่สามารถจะทำให้หัวใจของผม ที่มีความรักอันบริสุทธิ์ของคุณอยู่ตลอดเวลา คุณรอผมนะ แล้วผมจะมานอนเคียงข้างคุณที่สุสานแห่งนี้

Oh my darling you were wonderful tonight

  ความรักมักยิ่งใหญ่สำหรับคนสองคนเมื่อถ้าคนสองคนนั้นเถิดทูลความรักนั้น


โปรดกางปีกสีดำของเธอออก ค่อยๆกางมันออกทีละนิด ให้เป็นดั่งขั้นบันได เพื่อโบยบินสู่ท้องฟ้ากว้าง

ฉันผู้เกิดมาโดยความไม่ตั้งใจของพ่อและแม่ ท่ามกลางความวุ่นวายของสังคม
ผู้คนสับสน แบ่งแยก ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ในสภาวะหลังสงคราม

ชีวิตที่เติบโต ภายใต้ซากปะรักหักพังของตึกระฟ้า ที่ยากจะหาสีเขียวจากต้นไม้มิได้
รอบๆ ตัวฉันมีผู้คนมากมาย แต่แทบจะไม่มีใครมอง หรือทักทายกัน
สายตาของพวกเค้าแสดงออกถึงความเศร้าที่แตกต่างกันตรงที่มาของสาเหตุ

แต่ในความเลวร้ายของสังคม ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างฉันและเพื่อนสี่ขาตัวจิ๋ว "โกบี้"

โกบี้ เป็นกระรอกที่อาศัยบนพื้นคอนกีตและซากตึกปะรักหักพัง ซึ่งมันคงไม่แตกต่างจะตัวฉันมากน่ะ
เราทั้งคู้ ไปไหนมักจะไปด้วยกันเสมอ โกบี้มักจะวิ่งตามมา แล้วก็เลยไป
หยุดยืนยกขาหน้าทั้งสอง หันมองทางซ้ายที ขวาที แล้วก็ซ้ายอีกที
เสร็จแล้วก็วิ่งสี่เท้ากลับมา วนอยู่รอบๆ ตัวฉัน โกบี้ มักจะทำแบบนั้นเสมอ
เหมือนมันเป็นบอดี้กาด คอยระวังภัยให้ ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญทางการเมือง

ภายใต้สภาวะเลวร้ายของสังคม ก็ยังมีสิ่งเล็กๆที่เรียกว่า "ความรัก" หลงเหลือในหมู่คนที่เหลือรอด
จากชตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ "ความรัก" นั้นกลับกำลังถูกทำลายโดย
การเข่นฆ่าจากความเห็นแก่ตัว ความโลภ ความชิงชั่ง มีผู้คนมากมายต้องสูญเสียคนที่รักเพราะพวกมัน...
และฉันอาจจะเป็นรายต่อไป

ฟ้าแสนไกลที่มิอาจเอื้อมถึง กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ใครหลายๆคนไขว่ขว้ารวมทั้งฉันด้วย
ท้องฟ้าสายัณห์สีแดงฉาน

สายตาของผู้คนช่างเย็นชา

ทันใด...หินก้อนมหึมาจากฟากฟ้า หล่นลงมากระหน่ำซัดร่างกายา
ปีกแห่งความฝันหักลง ฉันปวดร้าวๆเหลือเกิน เกินจะทนไหว

ปีกของฉันมิอาจโบยยินอีกต่อไป

แล้วเมื่อไรที่เราจะเป็นอิสระ จากคนรอบข้าง จากสิ่งแวดล้อมและจากจิดใจในตัวตน

ฉันจะต้องทำอย่างไร ถึงจะลบอดีตที่เต็มไปด้วย ปัจจุบันที่โหดร้าย
 
จบ หน้าซื่อ อิอิ

สายฝนพร่ำๆ ยามเช้าของวันหนึ่งในฤดูฝน
 
ผมค่อยๆเดินพลางกระโดดเข้าหลบตามซอกตึก จากตึกหนึ่งไปอีกตึกหนึ่ง
เพื่อไปยังป้ายรถเมล์ที่ใช้ขึ้นเป็นประจำ สาย ปอ.512 
 
วันนี้คนรอรถเต็มป้ายเลย(จริงๆ ก็เยอะแบบนี้ทุกวัน แต่เพราะว่าฝนตกทุกคนจึงพากันมาอยู่ในป้าย)
ไม่มีที่ว่างพอสำหรับ เราเลย(นึกในใจ วันนี้เราเป็นส่วนเกินเหรอ เนี่ยหว่า... แย่จัง)
แต่แล้วก็มีร่มคันหนึ่ง มากางเหนือหัวผม เหมือนสวรรค์ทรงโปรด
มีผู้หญิงวัยทำงานกางร่มให้แล้วถามว่าผมว่า "จะทำมิวสิคเหรอ ยืนตากฝนอ่ะ"
ผมกล่าวสั้นๆพลางยิ้มว่า "ขอบคุณครับ" แล้วด้วยปากที่เสียของผมดันพูดต่อไปอีกว่า
"หน้าตาก็ดุ แต่ใจดีจัง" ยังไม่ทันสิ้นเสียงผมพูดเสร็จเธอก็สวนมาว่า "สงสัยอยากเปียกฝนใช่ไหม"
แล้วก็หันหน้ามายิ้มอย่างมีพิรุษ ผมได้แต่ "เหอๆ" จากนั้นเธอก็กระโดดขึ้นรถเมล์ไปแล้วทิ้งผมให้ตากฝนอีกครั้ง
แล้วหน่ำซ้ำสวรรค์ยังลงโทษผมอีกโดยการประทานเม็ดฝนที่ใหญ่ขึ้น "ซ่า ซ่า ซ่า"
ตกหนักกว่าเดิมอีก กรรมเวร เพราะปากเสียแท้ๆ 

© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help